ปัจจุบันการขนส่งสาธารณะนั้นถือเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกหลักที่ผู้คนนั้นใช้เดินทางสัญจรจากบ้านไปยังที่ทำงาน โดยปัจจุบันการขนส่งสาธารณะได้ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing โดยจะเห็นได้จากการเว้นที่นั่ง ทั้งบนเรือ รถไฟ รถเมล์ หรือแม้กระทั่งรถไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม การเว้นระยะห่างทั้งสังคมนั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่?
เรามาดูปัญหาของการเว้นระยะห่างทางสังคมกันดีกว่า สาเหตุที่เราจำเป็นต้องเว้นระยะห่างทางสังคมนั้นคือความพยายามในการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้น้อยลง ในความเป็นจริงคือ แม้ว่าขนส่งสาธารณะนั้นสามารถปรับให้มีการนั่งเว้นที่นั่งได้ก็จริง แต่นั่นไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง
เมื่อมีการเว้นที่ว่าง นั่นหมายความว่าในบริการขนส่งนั้นจะจุคนได้น้อยลง เช่น รถไฟฟ้า ประกอบกับการที่เราใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้เกิดภาพผู้โดยสารต่อคิวกันเป็นแถวยาวเหยียดจนล้นออกมานอกสถานีมากขึ้น หรือแม้กระทั่งภาพที่หลายท่านอาจเคยเห็นคือ ภาพที่ผู้ที่ได้นั่งสามารถเว้นระยะห่างได้ก็จริง (เพราะมีการเอากากบาทไปปิดทับไว้ไม่ให้นั่ง) แต่คนที่เหลือกลับยืนเบียดเสียดจับราวโหนกันเหมือนเดิม
ดังนั้น สิ่งที่เราเห็นก็คือการแก้ปัญหาอย่างไม่เป็นระบบจนทำให้เกิดภาพที่ดูน่าตลกแต่ในขณะเดียวกันภาพดังกล่าวกลับทำให้เป็นที่น่าสังเวชใจมากกว่าตลกขบขันหรือยิ้มแห้ง ๆ ด้วยซ้ำ
เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้จริงจังกับการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงเลย หากมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ก็ควรมีการเพิ่มตู้ หรือรอบเดินรถเดินเรือให้มากกว่านี้เพื่อลดการเบียดเสียดใช่หรือไม่ นอกจากนี้ การเพิ่มรอบการเดินรถนั้นจะเป็นการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่ทำงานได้ง่ายกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม และตรงเวลากว่าเดิม
การที่รัฐนั้นไม่ได้จริงจังกับการแก้ไขปัญหาการเดินรถหรือการขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ทำให้ประชาชนรู้สึกหมดศรัทธา แสดงให้เห็นถึงการเอื้อประโยชน์กันโดยทางอ้อมกับผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะทั้งหลายในทางอ้อม ลองนึกดูว่า หากมีการเพิ่มรอบการเดินรถ ผู้ประกอบการจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเพิ่มรอบรถมากขึ้นหรือไม่ ค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องจัดหารถหรือเรือหรือตู้รถไฟให้พอเพียงหรือไม่ แล้วตอนนี้ผู้ประกอบการได้ทำอะไรเพิ่มขึ้นหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ทำเลย
ประชาชนก็คงต้องรับสภาพต่อไป หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องพยายามทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ชีวิตของเราดีขึ้น
เพราะการบ่นไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น ลงมือทำต่างหากจะช่วยให้เราดีขึ้นได้
