ในยุคปัจจุบันที่โลกของเรากำลังประสบกับปัญหาโรคระบาดโควิด-19 หรือ โคโรนาไวรัส นั้น สื่อที่ไม่มีความรับผิดชอบได้เริ่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของไวรัสชนิดนี้ มีการตั้งสาเหตุการตายด้วยตนเองโดยไม่สนความถูกต้อง ซึ่งอาจเป็นสิ่งเล็กน้อยแต่เป็นสิ่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
เราได้เห็นตัวเลขที่อาจเป็นภาพลวงตาที่อาจทำให้เราตื่นตระหนก เนื่องจากความตายนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตัวเลขที่เห็นเราอาจยังไม่ได้เปรียบเทียบกับอัตราการตายตามปกติของมนุษย์ ซึ่งในเหตุผลนี้ก็มีนัยสำคัญเช่นเดียวกัน
โคโรนาไวรัส: สถิติและข้อเท็จจริง
คนทุกคนล้วนต้องเจอกับความตาย ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ความตายจึงเปรียบเสมือนปลายทางที่รอเราทุกคนอยู่และถูกกำหนดไว้แล้ว แต่การตายนั้นมีหลากหลายสาเหตุและไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุนั้นจะมาจากการตายโดยไวรัสโคโรนาหรือไม่ เราไม่รู้จำนวนนวนที่แท้จริงอย่างแน่นอน แต่ว่าเราสามารถคำนวนความเสี่ยงตามความน่าจะเป็น ซึ่งเราจำเป็นต้องเปรียบเทียบสถิติความตายโดยทั่วไปของโลกของเราและความตายจากสาเหตุการติดเชื้อ
ลองมาดูกราฟจากเดวิด สปีเกลฮอลเตอร์ นักสถิติที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ซึ่งสร้างกราฟข้อมูลนี้จากข้อมูลของ Imperial College London กัน
กราฟเปรียบเทียบแสดงเปอร์เซนต์การตายปกติรายปีกับการตายจากการติดเชื้อโควิด-19
ตารางการเปรียบเทียบข้อมูลการตายจากการติดเชื้อของเพศหญิงและเพศชายจาก
Imperial Collge
กราฟเปรียบเทียบแสดงอัตราส่วนค่าสัมบูรณ์ระหว่างเปอร์เซนต์การตายรายปีตามปกติกับอายุของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19
ในการเปรียบเทียบอัตราการตายประจำปีและอัตราการตายจากโควิด-19 เราจะเห็นถึงความบังเอิญชองเส้นที่ไปในทางขนานและมีความใกล้เคียงกัน โดยที่อัตราการตายโดยธรรมชาตินั้นแน่นอนว่ามีตัวเลขที่มากกว่าเป็นปกติ
อัตราการตายจากโคโรนาไวรัสนั้นแน่นอนว่าเพิ่มขึ้นจากการระเบิดในช่วงเวลานี้แต่ไม่ได้หมายความว่าโคโรนาไวรัสนั้นฆ่าคนได้จำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามการเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่น เช่น หัวใจวายนั้นก็ยังคงมีสถิติที่มากกว่าการตายจากการติดไวรัส เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงคือความเสี่ยงทั้งหมดนั้นเป็นความเสี่ยงโดยเฉลี่ยในการตายสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยที่เหมาะสม (ผู้สูงอายุ) ความเสี่ยงของการตายจากสาเหตุการติดเชื้อนั้นยังคงต่ำกว่าสาเหตุอื่น ซึ่งส่วนใหญ่คนเราจะเสียชีวิตจากโรคเรื้อรังมากกว่า
นี่เป็นเหตุผลที่เดวิด สปีเกลฮอลเตอร์ตีพิมพ์ความเห็นดังกล่าวออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในระบบสาธารณสุขที่มีจำกัดที่อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในหลายๆ ด้านกับการรับมือโรคระบาดกับการรับมือโรคทั่วไปหรือเคสทั่วไปที่บุคคลากรทางการแพทย์จะต้องรับมือในแต่ละวัน
สิ่งที่เดวิดสะท้อนออกมานั้นทำให้เราอนุมานได้ว่างานของแพทย์นั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลย โรคระบาดทำให้บุคคลากรทางสาธารณสุขนั้นต้องรับมือกับการติดเชื้อมากขึ้น แต่โรคเรื้อรังที่เป็นสาเหตุหลักของการตายนั้นไม่ได้หายไปไหนและข้อมูลทางสถิติที่แสดงดังกล่าวนั้นก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่าการตายจากโควิด-19 นั้นไม่ได้แตกต่างจากการตายตามปกติโดยทั่วไปเลย
ดังนั้น เราจึงต้องรับมือและไม่ตระหนกกับข่าวที่ออกมาในแต่ละวัน การฟังข่าวอัตราการตายจากไวรัสนั้นแน่นอนว่าตัวเลขจะมีแต่เพิ่มขึ้น แต่อาจส่งผลกระทบต่อจิดใจของประชาชนโดยตรง สื่อจึงควรต้องรักษาจรรยาบรรณ ให้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อไม่ให้ประชาชนหวาดวิตก ให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อให้พวกเราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
