ร่างกายของเรานั้นหากมีการรับพลังงานจากอาหารที่มากเกินไปก็จะนำมาซึ่งโรคหลายๆ โรค โดยเฉพาะโรคอ้วนและการเผาผลาญที่ผิดปกติ

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนในวัยทำงานอาจเลือกรับประทานในสิ่งที่เตรียมได้ง่าย ใกล้ตัว ซึ่งอาจเป็นอาหารขยะหรือฟาสต์ฟู้ด แต่รู้หรือไม่ว่าไม่เพียงแต่อาหารเท่านั้นที่มีผลต่อรูปร่างและน้ำหนัก แต่ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตของคนเราอีกด้วย เรามาดูกันดีกว่าว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้รูปร่างของเราแย่ลง ทำให้เราอ้วนและระบบเผาผลาญของเราพัง
- งานประจำ
ชีวิตวัยทำงานในปัจจุบันนั้นมักเป็นงานนั่งโต๊ะหรืองานออฟฟิศ ดังนั้น เราจึงอาจไม่มีเวลาที่จะขยับเขยื้อนหรือออกกำลังกายมากนัก เราจึงควรพักจากงานเป็นช่วงๆ และขยับร่างกายเสียบ้าง นอกจากจะช่วยให้รูปร่างของเราไม่อ้วนแล้ว ยังช่วยหลีกเลี่ยงจากอาการออฟฟิศซินโดรมอีกด้วย
- วัยหมดประจำเดือน
หลังวัยเกษียณนั้นเราจะสังเกตได้ว่าผู้หญิงสูงอายุมีโอกาสที่จะอ้วนได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากหมดประจำเดือนแล้วอาจทำให้น้ำหนักนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้สูงอายุจึงควรที่จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะกับวัย รับประทานอาหารที่ไขมันต่ำและพอดีกับความต้องการของร่างกาย
- การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
พันธุกรรมนั้นมีผลต่อรูปร่างเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าหากพ่อแม่อ้วนแล้วเราต้องอ้วนเสมอไป การถ่ายทอดทางพันธุกรรมนั้นเชื่อมโยงกับลักษณะของกล้ามเนื้อที่มีผลต่อการออกกำลังกายของเราว่าจะง่ายหรือยาก ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องในการออกกำลังกายและลดความอ้วนเนื่องจากพันธุกรรมในการเปลี่ยนรูปร่างหรือการคงรูปของกล้ามเนื้อนั่นเอง
- การหยุดหายใจขณะหลับ
ความอ้วนที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งภาวะการหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะการหยุดหายใจขณะหลับนั้นจะส่งผลโดยตรงกับการได้รับออกซิเจนของร่างกาย ซึ่งนอกจากจะทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลียหลังตื่นนอนแล้ว ยังส่งผลต่อการเผาผลาญและการกระตุ้นความไวของอินซูลินอีกด้วย เพราะการเผาผลาญนั้นจะใช้ออกซิเจนและอินซูลินเองก็เป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อการเผาผลาญน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวโดยตรง
จะเห็นได้ว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสในการเกิดโรคอ้วนและโรคระบบการเผาผลาญผิดปกติ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องใส่ใจ ขยับนิดขยับหน่อย เพียงเท่านี้เราก็จะห่างไกลจากโรคอ้วนแล้ว
