ระดับการเผาผลาญของคุณเป็นยังไงบ้าง มาดูกันค่ะ

คุณรู้หรือไม่ว่าอัตราการเผาผลาญของร่างกายของเรานั้นสามารถวัดได้นะคะ หากเราทราบว่าอัตราการเผาผลาญของเราเป็นยังไงเราก็จะสามารถควบคุมปริมาณพลังงานที่เราจะได้รับในแต่ละวันที่ร่างกายของเราต้องการได้ค่ะ

ใช้วิธีการนับแล้วแข่งกับเพื่อนเลย

นี่เป็นวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็สามารถทำและแชร์ให้เพื่อนคุณทำได้ เพราะโรคอ้วนไม่ได้เป็นแค่เรื่องส่วนบุคคลนะคะ แต่เป็นไลฟฺสไตล์ของเราเองด้วย ง่ายๆ คือ ชวนกันอ้วน นั่นเอง เพราะฉะนั้นคุณจำเป็นต้องหาเครื่องมือเพื่อที่จะรู้ตัวเลขที่แน่นอน เช่น เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล หรือแบบเข็ม เป็นต้น

โดยทั่วไปอัตราการเผาผลาญของเราจะอยู่บนพื้นฐานของกิจกรรมของร่างกายเมื่อร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว พลังงานของเราจะถูกเผาผลาญไปแต่ละวันในการคงอุณหภูมิของร่างกาย หายใจ และการเต้นของหัวใจค่ะ

ก่อนนอนให้เราชั่งน้ำหนักของตัวเราทันที โดยต้องไม่ดื่มหรือรับประทานอะไรแล้ว หรือออกกำลังกายเพิ่ม เพื่อดูข้อมูลว่าระบบการย่อยอาหารของเราเป็นอย่างไร โดยกำหนดให้ตัวเลขที่ได้เป็นค่า A นะคะ

หลังจากตื่นนอนตอนเช้าให้ชั่งน้ำหนักทันทีค่ะ โดยค่าที่ได้ให้กำหนดเป็น B ความแตกต่างระหว่าง A-B ควรจะอยู่ที่ 500 กรัม หากไม่มีความแตกต่างกันเลย หรือตัวเลขหักลบกันแล้วได้ค่าน้อยกว่านั้น เราต้องไปตรวจต่อมไทรอยด์กันหน่อยแล้วล่ะ

หลังจากนั้นเราจะกำหนดค่าพลังงานที่ร่างกายของเราต้องการในแต่ละวันแล้วโดยใช้หน่วยเป็น แคลอรี่  เราสามารถใช้สูตรคำนวณได้ดังนี้นะคะ น้ำหนัก✕24 ชั่วโมง การคำนวณนี้คือการหาค่าสัมประสิทธิ์ของกิจกรรมที่ร่างกายจะใช้พลังงานในแต่ละวัน และหากในวันหนึ่งคุณออกกำลังกายหนักให้คูณเพิ่มด้วย 1.4 แต่หากใช้ชีวิตปกติให้คูณด้วย 1.3 หากน้ำหนักตัวของคุณลดลงปริมาณแคลอรีที่คำนวณได้ก็ต้องลดลงด้วยนะคะ

วิธีการสร้างสมการขาดดุลของแคลอรี

ค่าที่คำนวณได้ในแต่ละวันนั้นจะเป็นตัวชี้วัดพลังงานที่ใช้ในหน่วยแคลอรี่ซึ่งร่างกายเราจำเป็นต้องใช้ในแต่ละวันค่ะ หากต้องการลดน้ำหนัก แคลอรี่ที่เราจะรับเข้าไปในแต่ละวันจะต้องไม่น้อยกว่าตัวชี้วัดจากการเผาผลาญตามปกติ เช่น หากร่างกายของคุณต้องใช้ 1700 แคลอรี่ต่อวันสำหรับการเผาผลาญพลังงานทั่วไป นั่นหมายความว่าการรับประทานหรือรับพลังงานเข้าสู่ร่างกายนั้นจะต้องได้ปริมาณที่เท่าๆ กัน

บางท่านที่ต้องการได้ผลเร็วอาจใช้วิธีการลดน้ำหนักโดยจำกัดแคลอรี่อย่างหักโหม โดยจำกัดอยู่ที่ 600-800 แคลอรี่ ซึ่งพลังงานที่ได้รับดังกล่าวจะไม่เพียงพอในช่วงที่สามของวันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ร่างกายของเรายังมีกลไกที่ป้องกันความหิวโหยอีกด้วย ร่างกายของเราจะเริ่มปรับตัวโดยทำให้กิจกรรมต่างๆ ของเราช้าลง รวมไปถึงอัตราการเผาผลาญด้วย

แล้วเราจะสร้างสมการขาดดุลแคลอรี่ได้อย่างไรให้เพียงพอสำหรับการลดน้ำหนัก

การคำนวณนั้นจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราใช้ในแต่ละวัน เช่น การจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค และอื่นๆ การเข้าคลาสเต้นก็เป็นแนวทางที่ดีสำหรับการลดน้ำหนักเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้หุ่นที่สวยอีกด้วย

สำหรับคนที่มีการเผาผลาญช้าควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางโภชนาการและไลฟ์สไตล์ต่อไปนี้นะคะ

  1. หาเวลาไปซาวน่าบ้าง เพื่อให้ไอน้ำช่วยเปิดรูขุมขนและกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย
  2. ควรรับประทานอาหารโดยแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ ในแต่ละวัน 5-6 มื้อ โดยหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตและอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง 
  3. ควรรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย 4 ชั่วโมงก่อนนอน หากน้อยกว่านั้นทุกอย่างที่รับประทานเข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายแทน

ดังนั้น เมื่อคุณทราบอัตราการเผาผลาญของตนเองแล้วและปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ที่เราแนะนำ คุณจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากแคลอรี่ที่บริโภคเข้าไปอย่างแน่นอนค่ะ

ใส่ความเห็น

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.